วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แผนภูมิบริวาร

            


         วิชาทักษายุคมีพระคาถา ๔๘ พระคาถา แบ่งออกเป็นภูมิๆละ ๖ พระคาถา
โดยเริ่มต้นจากปีเกิด  เดือนเกิด วันเกิดเป็นต้น จนถึงฤกษ์เป็นที่สุด วิชาทักษามหายุคนี้ใช้เกณฑ์ในการเปลี่ยนปีนักษัตรแบบโบราณ วันขึ้น ๑ ค่ำเดือนอ้ายเป็นจุดเปลี่ยนปีนักษัตร

          แผนภูมิที่ ๑ เป็นจุดเริ่มต้นของการผูกดวง ซึ่งมาจากปีนักษัตรที่จะใช้พยากรณ์  มีทั้งหมด ๑๒ ปีนักษัตรแต่ในทักษานั้นมีเพียง ๘ ภูมิเท่านั้น ดังนั้นจึงเกิดเป็นภูมิแฝดขึ้นมา ๔ ภูมิ ตั้งแต่ภูมิอาทิตย์ถึงภูมิพุธ ดังนัี้
ปีชวด/ปีวอก อยู่ภูมิอาทิตย์ (๑)              ปีฉลู/ปีระกา อยู่ภูมิจันทร์ (๒)
ปีขาล/ปีจอ  อยู่ภูมิอังคาร (๓)               ปีเถาะ/ปีกุน อยู่ภูมิพุธ (๔)
ปีมะโรง อยู่ภูมิพฤหัส  (๕)                  ปีมะเส็ง อยู่ภูมิศุกร์ (๖)
ปีมะเมีย อยู่ภูมิเสาร์ (๗)                  ปีมะแม อยู่ภูมิราหู (๘)

          พระคาถาตัวที่ ๑ ในแผนภูมิที่ ๑ คือบริวาร หมายถึง สิ่งแวดล้อมทั้งมีชีวิตและ
ไม่มีชีวิตรอบๆตัวเราตั้งแต่เกิดจนตาย                
         ตอนเด็กคือพ่อ,แม่ สิ่งของเครื่องใช้ไม้สอยก็นับว่าเป็นบริวารของเรา
        โตขึ้นมา วัยเรียน ครูอาจารย์ เพื่อน เครื่องใช้ในการเรียน เหล่านี้ก็คือ บริวาร
         วัยทำงาน เจ้านาย ลูกน้อง อุปกรณ์สำนักงาน รถ ยวดยาน เหล่านี้ก็คือ บริวาร
         เมื่อเราแต่งงาน ภรรยา สามี บุตร เหล่านี้ก็คือ บริวาร
         เมื่อถึงวัยเกษียร ท่านก็จะมีงานอดิเรก บางท่านก็ชอบเลี้ยงนก เลี้ยงปลา 
ปลูกต้นไม้ มีเงินหน่อยก็สะสมเครื่องลายคราม พระ, แสตมป์ และของสะสมต่างๆ เหล่านี้ก็คือ บริวาร     ***  สรุป บริวารก็จะเปลี่ยนไปตามวัยของเจ้าชะตา  ***

         อีกนัยหนึ่ง ตามบทกลอนที่อาจารย์ ส. สัจจะญาณ กล่าวไว้ ปีเกิดนี้ ใช้ทายเชื้อสายสกุลวงศ์ ผู้ใหญ่ พ่อแม่ ต้นตระกูล ดังคำกลอนว่า " ปีเกิดทายหมาย เชื้อสาย สกุลวงศ์ "

จุดเริ่มต้นของวิชาทักษามหายุค

               
                 วิชาทักษายุคเริ่มต้นที่ช่องตาราง ๘ ช่องนี้ โดยกำหนดว่า 
    อาทิตย์ แทนค่าด้วยเลข ๑
    จันทร์ แทนค่าด้วยเลข ๒
    อังคาร แทนค่าด้วยเลข ๓
    พุธ แทนค่าด้วยเลข  ๔
    พฤหัส แทนค่าด้วยเลข ๕
    ศุกร์ แทนค่าด้วยเลข ๖
    เสาร์ แทนค่าด้วยเลข ๗
    ราหู แทนค่าด้วยเลข ๘
                  ช่องแรกเริ่มต้นที่เลข ๑ ครูท่านเรียกว่าเป็นภูมิอาทิตย์ 
                  ช่องหมายเลข ๒  ครูท่านเรียกว่าเป็นภูมิจันทร์
                  ช่องหมายเลข ๓  ครูท่านเรียกว่าเป็นภูมิอังคาร
                  ช่องหมายเลข ๔  ครูท่านเรียกว่าเป็นภูมิพุธ
                  ช่องหมายเลข ๕ ครูท่านเรียกว่าเป็นภูมิพฤหัส
                  ช่องหมายเลข ๖  ครูท่านเรียกว่าเป็นภูมิศุกร์
                  ช่องหมายเลข ๗  ครูท่านเรียกว่าเป็นภูมิเสาร์
                  ช่องหมายเลข ๘  ครูท่านเรียกว่าเป็นภูมิราหู


และแบ่งภูมิทั้งหลายเป็นธาตุดังภาพต่อไปนี้.......


ทักษาที่ปรากฎนี้เรียกว่า ทักษาคู่ธาตุ 
          อาทิตย์กับเสาร์คู่ธาตุไฟ      จันทร์กับพฤหัสเป็นคู่ธาตุดิน    อังคารกับราหูเป็นคู่ธาตุลม ส่วนพุธกับศุกร์เป็นคู่ธาตุน้ำ 

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วิชาทักษามหายุคศาสตร์คืออะไร



      วิชาทักษามหายุคศาสตร์คือวิชาโหราศาสตร์ระบบจันทรคติแบบโบราณ มีพระคาถา ๔๘ พระคาถา มี ๘ ธาตุ ๘ ทิศ อีกทั้งยังมีทุคตะดวงชาติและทุคตะดวงภพ อันจะเป็นจุดขยายผลเรื่องราวไม่ที่มีขีดจำกัด ความสามารถตอบโจทย์ได้สูง หากมีความเพียร และความพยายาม ในการศึกษาพื้นฐานเบื้องต้น แห่งความหมายของพระคาถาอันเป็นศัพย์ที่เราสามารถเข้าใจได้โดยไม่ยุ่งยากนัก แต่เมื่อรู้ความหมายแล้ว จะมีความสนุกสนานในการวิเคราะห์ชะตา เพราะเนื้อเรื่องต่างๆเป็นไปตามเรือนชะตา และขยายผลโดยดวงชาติและดวงภพ
       ในศาสตร์ทักษามหายุคนี้สามารถกำหนดชัยภูมิของที่อยู่อาศัยได้ ทิศใดที่อยู่แล้วให้คุณหรือโทษ การวางฤกษ์ยาม ในการทำมงคลต่างๆหรือกิจการ 
       ในการผูกดวงถึงแม้พระคาถาจะมีมาก ดูแล้วน่าหวาดกลัว ปวดหัว ในการตั้งดวง แต่วิชาทักษามหายุคนี้ก็มีจุดที่เป็นคู่สมบัติ เข้ามาช่วยความจำ อีกทั้งในสมัยที่อาจารย์ส.สัจจญาณท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมี "ไม้วิเศษ"เพื่อประโยชน์ในการพยากรณ์ดวงที่ย่นย่อลง หากเอาพระคาถาต่างๆมาใส่ภาชนะอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเป็นไม้ ลูกเต๋า หรือทำเป็นแบบไพ่พยากรณ์ ก็สามารถนำพระคาถามาใช้พยากรณ์นิมิตกรรมของบุคคลได้อย่างแม่นยำได้อีกอย่างหนึ่งด้วย
  
        ดังนั้นทุกศาสตร์จะเน้นไปที่ความหมายเรือนชะตาและความหมายดาว ทักษามหายุคก็เช่นกัน ถ้ามีความแตกฉานในเรือนชะตา และ แตกฉานในความหมายดาวแล้ว การพยากรณ์ก็จะรื่นไหลไปอย่างดี มีความน่าฟัง ไม่ต้องนั่งเดาสถานการณ์ การจะเป็นบัณฑิตย์ได้ ก็อาศัยธรรม ๔ ประการ คือ สุตตะ จินตะ ปุจฉา ลิขิต 

      สุตตะ คือฟัง เรียน ท่อง สาทยาย ให้มาก
      จินตะ คือ คิด เมื่อเรียน ท่องแล้ว ต้องใคร่ครวญว่าถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่ ทุกอย่างต้องพิสูจน์ได้ด้วยเหตุ ผล มีหลักของวิชาการเป็นเครื่องรับรอง หากอาศัยความเชื่อ ความศรัทธาอย่างเดียวแล้ว ก็จะกลายเป็นความงมงาย 
     ปุจฉา คือ เมื่อไม่เข้าใจก็ไตร่สวน สอบถามกับท่านผู้รู้ หรือคบหาบัณฑิตย์ เพื่อจะเป็นที่ปรึกษาแก่เราได้
     ลิขิต คือ เมื่อจำไม่หมด ก็จดดีกว่าจำ ต้องหัดเขียน หัดทำการบ้าน ผูกดวง ทำการจดบันทึกเป็นสถิติเอาไว้ 


อันว่าวิชาโหราศาสตร์เหมือนดังว่ากับแผนที่ ธรรมะเปรียบเหมือนหางเสือหรือเข็มทิศที่จะทำให้เรือนั้นแล่นไปถึงจุดหมาย มีความชัดเจน ไม่ไปสู่ทางเสื่อมหรือความหลงไหล งมงาย 

ประวัติ อาจารย์ วิมลจันทร์ จันทรวิโรจน์



ประวัติ อาจารย์ วิมลจันทร์  จันทรวิโรจน์

       ประวัติการศึกษาโหราศาสตร์อาจารย์เป็นผู้พิการด้านสายตา แสวงหาวิชาชีพในการเลี้ยงชีพ ได้รับการแนะนำจากเพื่อนให้เรียนวิชาโหราศาสตร์ ครั้งแรกเรียนที่สมาคมโหรแห่งประเทศไทยครั้นศึกษาแล้วไม่สามารถเรียนรู้หรือทำความเข้าใจตามอาจารย์และเพื่อนร่วมห้องที่สายตาดีได้ เนื่องจากมองไม่เห็นอาจารย์สอนบนกระดาน จึงมีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำว่าต้องไปศึกษาพื้นฐานของหลักวิชามาก่อน แล้วจึงมาฟังคำบรรยายจากอาจารย์เพื่อที่จะเก็บเกร็ดความรู้ได้
       วันหนึ่งมีการไหว้ครูประจำปีของสมาคมฯ อาจารย์ได้ไปร่วมพิธีไหว้ครู และได้กับสุภาพบุรุษที่ใจดีท่านหนึ่งได้เข้ามาถามว่า"คุณมาทำอะไร"  อาจารย์ตอบว่า "มาไหว้ครูและได้ถามกลับไปว่าท่านเป็นใคร"   ท่านบอกว่าท่านชื่อ "ส. สัจจญาณ" ท่านบอกว่าท่านมีวิธีสอนคนตาพิการ อาจารย์สอบถามว่าท่านสอนอยู่ที่ไหน ท่านตอบว่าสอนอยู่ที่วัดเอี่ยมวรนุช
        หลังจากนั้นหลายอาทิตย์ต่อมา อาจารย์และเพื่อนๆที่พิการด้านสายตาจึงปรึกษากันเกี่ยวกับการเรียนในชั้นเรียนที่ไม่สามารถเรียนเข้าใจได้ จึงพากันมาพบอาจารย์ ส. สัจจญาณ ที่วัดเอี่ยมวรนุช รวมกัน ๔ คน คือ ๑.อ.วิมลจันทร์ จันทรวิโรจน์ ๒.อ.จารุพันธ์ สุวัทธิกุล  ๓. คุณบุญเกิด  อนุวัฒน์  ๔. คุณโชติ มั่งคั่ง ณ. รังสี จึงฝากตัวเป็นศิษย์นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา และขอไหว้ครูตามธรรมเนียมไทย 
       (อาจารย์ ส. สัจจญาณ ได้บอกว่าการไหว้ครูครั้งแรกสำคัญที่สุดของการเรียนรู้วิชา) ท่านเรียนกันได้ประมาณ ๓ ปี อาจารย์ ส.สัจจญาณก็ถึงแก่กรรมลง
       หลังจากที่อาจารย์ ส.สัจจญาณ เสียชีวิตแล้ว อาจารย์บุญเรือน วรรณวิจิตร ให้อาจารย์มาช่วยถ่ายทอดวิชาทักษามหายุคที่สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติเป็นต้นมา 

       
     

เปิดรับดูดวง


ชมรมอาศรมเจษฎา
เปิดบริการพยากรณ์ดวงชะตาแก่ท่านที่สนใจตรวจดวงชะตา
โดยอาจารย์ผู้ชำนาญในศาสตร์ที่ท่านต้องการ
กรุณานัดหมายก่อนล่วงหน้า
สนใจติดต่อคุณดา 062-469-9492